หมอพรทิพย์ ติดใจสภาพศีรษะแตงโม

616

พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะอดีตผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เปิดเผยว่า กรณีที่นายเอกพันธ์

~

~

บรรลือฤทธิ์ หรือไทด์ ระบุว่าร่างของแตงโม นิดา มีรอยฟกช้ำที่ใบหน้า และดวงตาถลนออกมานั้น ส่วนตัวยังไม่เห็นสภาพศพของแตงโม ทำให้ไม่สามารถตอบได้ แต่โดยปกติแล้ว เรื่องศพจมน้ำแล้วตาถลนออกมาแบบลักษณะดังกล่าว จะเป็นการฆาตกรรมหรือไม่ ต้องใช้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญลงความเห็นไม่ต่ำกว่า 2 คน เพื่อให้เกิดความมั่นใจ

ซึ่งศพที่จมน้ำ ปกติจะผ่านการเน่า บางส่วนที่โดนแดดมาก ก็จะเน่ามาก ทำให้เน่าเปื่อยไม่เท่ากัน จุดสำคัญคือส่วนที่เน่ามาก

~

~

ที่อาจจะมีบาดแผล ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเร็วกว่าส่วนอื่น ยืนยันว่าศพที่จมน้ำเสียชีวิต บาดแผลที่เกิดก่อนเสียชีวิตหรือหลังเสียชีวิตต้องมีการแยกกันอยู่แล้ว แต่ความยากของคดีแตงโมคือ บาดแผลเกิดตั้งแต่อยู่บนเรือหรือขณะจมลงไปในน้ำแล้ว เพราะหากพิสูจน์ได้ว่าเกิดขึ้นบนเรือ ก็จะไม่สอดคล้องกับรูปคดี

พญ.คุณหญิงพรทิพย์ บอกอีกว่าส่วนตัวติดใจกับสภาพศีรษะที่เน่ามาก ผิดกับส่วนอื่นของร่างกาย จากการตรวจสอบผ่านรูปถ่ายจำนวน 3 รูป ยังไม่สามารถบอกได้ เนื่องจากภาพที่ถ่ายเป็นการถ่ายปกติไม่ใช่ภาพถ่ายทางนิติเวช ที่จะเข้าไปถึงบาดแผลและเป้าหมายที่ให้แพทย์ระบุได้ชัดเจน ส่วนประเด็นการปัสสาวะ ยืนยันว่าส่วนตัวไม่เชื่อเลยสักนิดเดียว เนื่องจากกระบวนการที่เพื่อนในเรือทั้ง 5 คน ไปแอบนัดแนะคำตอบกัน ในระบบการรับฟังข้อมูลถือว่ามีความน่าเชื่อถือน้อยมาก ยังสงสัยในเจ้าหน้าที่ว่าเหตุใดถึงยึดคำให้การของคนทั้ง 5 เป็นประเด็นหลัก

ซึ่งหลักฐานที่สามารถนำมาแย้งได้คือสภาพศพที่ยังใส่เสื้อผ้า ไม่มีร่องรอยการถอดหรือปลดชุด ยอมรับว่าหลังจากที่แพทย์แจ้งว่าหูรูดกระเพาะปัสสาวะเสียหาย

~

~

ยังไม่สามารถหาหลักฐานทางวิทยาศาสตร์อื่นเพื่อมาหักล้างได้ ส่วนประเด็นบาดแผลที่ขา ต้องรอผลการตรวจสอบโลหะที่กระดูก หากพบอาจตอบได้ว่าเกิดจากใบพัดเรือ

นอกจากนี้ พญ.คุณหญิงพรทิพย์ ยังตั้งข้อสังเกตว่าการรวบรวมพยานหลักฐานในคดีค่อนข้างช้าและไม่ครบถ้วน ทำให้มีความคลาดเคลื่อน จึงกลายเป็นจุดสำคัญที่ทำให้สังคมติดใจ และตั้งข้อสงสัย ย้ำว่าระบบการชันสูตรศพ เป็นระบบของตำรวจมานาน ทำให้ใช้วัฒนธรรมแบบตำรวจ คือระบุว่าเป็นความลับ

ทั้งที่โดยหลักการแล้วนิติเวชต้องมีความเป็นอิสระ โปร่งใส และไม่เป็นความลับ โดยคดีของแตงโม

~

~

จะถือเป็นตัวจุดประกายเรื่องสิทธิ์การรับรู้ของญาติผู้เสียชีวิต สำหรับการเรียกตัวแทน ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาพบใน กมธ. วันจันทร์นี้ (14 มี.ค.65) พญ.คุณหญิงพรทิพย์ ระบุว่าจะเรียกมาสอบถามถึงผลชันสูตรและการรวบรวมพยานหลักฐาน รวมถึงซักถามว่าทำไมถึงระบุว่าเป็นความลับในสำนวน ทั้งที่เป็นสิทธิตามหลักการสากลที่ญาติต้องรับรู้