ผู้ช่วยพยาบาล ยกมือไหว้ขอโทษ

1,256

ผู้ช่วยพยาบาล แจงด ร าม่า ไม่ห ลบร ถกู้ชี พ จนผู้ป่วย ดั บส ล ด โอดไม่มีเจตนาแกล้ง ผู้ช่วยพยาบาล แจงทุก ดร าม่ า ไม่หลบให้รถกู้ชีพ จนผู้ป่วยดั บ ส ล ด โอดไม่มีเจตนากลั่นแกล้ง ยกมือไหว้ขอโทษ อนาคตไม่ทำอีก

~

~

~

~

กรณีดราม่า ผู้ช่วยพยาบาลอยู่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช โพสต์เฟซบุ๊กผ่านเพจชุมทางทุ่งสง ฝากไปถึงมูลนิธิ โดยบอกว่า เวลาขอทางให้เวลารถคันหน้าดูรถทางซ้ายมือบ้าง ไม่ใช่คิดแต่จะจ่อตูดอย่างเดียว และอยากให้คิดถึงความปลอดภั ยของคนอื่น

~

~

ไม่ใช่เอาแต่ความสะดวกของตัวเอง พร้อมย้ำว่าไม่ว่าจะด่วนแค่ไหนก็ตาม ให้คิดถึงความปลอด ภั ยของคนอื่นด้วย จนทำให้มูลนิธิสยามรวมใจปู่อินทร์(ทุ่งสง) ออกมาเผยคลิปเพื่อตอบโต้ ทำให้ทัวร์ลงผู้ช่วยพยาบาลหนัก เพราะจากคลิปดังกล่าวจะเห็นว่าผู้ช่วยพยาบาลขับรถเก๋งอยู่เลนขวาและไม่ยอมหลีกทางให้รถกู้ชีพ ที่กำลังขอทางเพื่อไปช่วยเหลือผู้ป่วยอา กา รหนัก สุดท้ายไปช่วยไม่ทัน ผู้ป่วยเ สี ย ชี วิ ต

~

~

รายการโหนกระแสวันที่ 29 ก.ค. 65 ดำเนินรายการโดย “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.35 น. ทางช่อง 3 กดเลข 33 สัมภาษณ์ ตาล ผู้ช่วยพยาบาลคู่กรณี, วัลลภ สุมงคล ทนายคุณตาล, ปิยะพงษ์ สุขธนะ ประธานมูลนิธิสยามรวมใจฯ นครศรีธรรมราช, แบงค์ คนขับรถกู้ชีพ, บูม คนปั้มหัวใจผู้เสียชีวิต มาพร้อม ว่าที่ร้อยตรี อภิรัฐ รัตนพันธุ์ ทนายความ

~

~

แบงค์ขับรถกู้ภัยวันนั้น มันเกิดอะไรขึ้น? แบงค์ : วันนั้นเราได้รับแจ้งว่ามีผู้ป่วยไม่รู้สึกตัว ซึ่งระยะทางจากหน่วยกู้ภัยไปถึงบ้านประมาณ 15 กิโล ผมก็เลยออกรถไปรับผู้ป่วยเคสดังกล่าว ระหว่างทางไปเจอรถคุณพี่เขา อยู่เลนขวา พยายามส่งสัญญาณเสียง สัญญาณไฟ แล้วพูดออกเครื่องขยายเสียงว่าขอทางหน่อย

ผู้ป่วยที่รับแจ้งมา มีอาการยังไง? แบงค์ : ไม่รู้สึกตัวครับ เป็นผู้ชายอายุ 68 ปี

คุณต้องใช้เลนนี้ ถูกมั้ย? แบงค์ : ปกติใช้เลนขวาครับ ถ้าเกิดเราลงซ้ายได้มั้ย ได้ครับ แต่ผมกลัวว่าจะมีรถมอเตอร์ไซค์ที่เขาอยู่ด้านซ้าย เดี๋ยวเราจะไปเกิดอุบัติเหตุซ้ำ ผมเลยพยายามขอเลนขวา เร่งรีบไปหาคนไข้ครับ

ส่วนใหญ่กู้ภัยวิ่งขวาอยู่แล้ว ให้รถนำหน้าเขาตบออกซ้าย เพื่อเปิดทาง ปกติเป็นแบบนั้น ทีนี้หลังจากนั้นประเ ด็ นเกิดขึ้น คุณออกได้ และไปถึงตัวผู้ป่วย แล้วเป็นยังไง? แบงค์ : ผู้ป่ ว ยหัวใจ ห ยุ ด เต้นไปแล้วครับ ก็เลยให้น้องที่ไปกับผมทำการซีพีอาร์

บูมเป็นคนซีพีอาร์ ตอนนั้นไปถึงผู้ป่วยเป็นยังไง? บูม : ผู้ป่วยห ม ดส ติครั บ จับชีพจรไม่ได้ ผมได้เริ่มซีพีอาร์เลย จากที่เกิดเ ห ตุ ไปถึงรพ.เลยครับ

สุดท้ายไม่ขึ้น เ สี ย ชี วิ ต? บูม : ใช่ครับ

คุณโดมเลยโพสต์เรื่องนี้ขึ้นมา? ปิยะพงษ์ : เริ่มต้นผมได้รับทราบจากอาสาสมัครและพี่น้องประชาชนที่รู้จักเป็นการส่วนตัวว่าทางคุณพี่เขาได้ไปแจ้งในเพจชุมทางทุ่งสงเรื่องข้อเกิดเหตุดังกล่าว ผมก็ได้เข้าไปดูในเพจชุมทางว่าพี่เขาพูดว่าอะไรบ้าง ก็ได้เรียกทางผู้ขับและผู้ปฏิบัติในเวลานั้นเข้ามาสอบถามรายละเอียดว่าเป็นยังไง ผมก็บอกว่าไปเอากล้องวงจรปิดที่รถมาดูว่าเป็นยังไง พอมาดูแล้วด้วยการที่พี่เขาพูดมาเราก็เข้าใจ จริงๆ เรื่องนี้จะไม่เกิดขึ้น ถ้าพี่เขาประสานมากับทางสำนักงานหรือโทรศัพท์มาโดยตรง มันก็ยังคุยกันได้ เป็นเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นแล้ว แต่เราใช้การเจรจา อาจมาที่สำนักงานหรือโทรคุยกัน ผิดไปเราก็ขอโทษ ไม่ว่าทีมผมจะถูกหรือผิดผมก็ต้องขอโทษ ด้วยความถูกผิดไม่รู้ แต่เรามีเจตนาช่วยผู้ป่ ว ย ผู้บาดเ จ็ บให้ร อ ดป ลอ ดภั ยแค่นั้นเอง

ในนั้นได้ถามกลับด้วยว่าพี่เองเป็นถึงผู้ช่วยพยาบาล? ปิยะพงษ์ : เราเช็กว่าพี่เขาเป็นใคร ก็เป็นสายงานเดียวกัน ซึ่งพอสายงานเดียวกัน โดยเราน่าจะรู้กันถ้าเราไม่จำเป็นจริงๆ เราไม่รีบเลยพี่ เคสนี้เขาแจ้งมาแล้วว่าผู้ป่วยหมดสติ ไม่รู้สึกตัว เราประเมินได้เลยว่าเคสนี้สีแดง เรามีเวลาที่การแพทย์ฉุ ก เ ฉิ น กำหนด ก็มีหลายท่านที่สอบถามมา ทางหน่วยของผมที่ไปรับผู้ป่ ว ย ก็เป็นรถที่ได้รับอนุญาตถูกต้อง แล้วอยู่ในระบบกา แ พท ย์ชุมชน มีการรับรองจากหน่วยงานสถาบันการแพทย์ฉุ กเ ฉิ น แห่งชาติ และสาธารณสุขจังหวัด เป็นที่เรียบร้อย ก็มีหลายท่านที่ถามมา ผู้ปฏิบัติก็มีการฝึกอบรม มีขั้นตอนในการปฏิบัติ เวลาในการรับผู้ป่วยถ้าเคสสีแดงเท่าไหร่ ใช้ระยะทางเท่าไหร่ เขาจะมีกำหนดฟิกซ์มาให้เราเลย

ย้อนถามแบงค์ ตอนเราไปจ่อท้ายรถพี่ตาล ใช้เวลานานมั้ยที่เขาไม่หลบแล้วเราต้องตบซ้าย? แบงค์ : ไม่มั่นใจว่านานมั้ย แต่ประมาณ 200 เมตร

ตอนนั้นจำเป็นต้องใช้ความเร็วเพราะต้องไปรับ? แบงค์ : ใจผมอยู่ที่ผู้ป่วย ต้องไปถึงให้เร็วที่สุดแค่นั้น

เป็นหัวใจกู้ ภั ย ต้องรีบไปก่อน เพราะข้างหน้าคือวินาทีชีวิตของเขา มุมคุณตาลคืออะไร? ตาล : ตาลเรียนแจ้งพี่หนุ่ม เหตุการณ์วันนั้นเป็นไปตามที่น้องเขาบอกมา แต่จะมีประเด็นที่ว่าทำไมตาลไม่ได้เบี่ยงซ้ายให้น้องเขา คืออยากชี้แจงว่าน้องอาจไม่ทราบเหตุผลของพี่ว่าทำไม แต่รถของพี่เป็นรถคันเล็ก พอน้องเอารถของน้องที่เป็นคันใหญ่กว่ามาจ่อ แล้วจ่อไม่ได้เว้นระยะให้พี่ มุมของพี่ที่จะมองทัศนวิสัยเลนด้านซ้าย พี่ก็มองไม่เห็น ใจนึงก็อยู่ที่ว่าน้องก็จ่อๆ เสียงไซเรนก็ดัง ด้านซ้ายก็มองไม่ถนัด ถามว่าพี่ทราบมั้ยว่าน้องไปรับผู้ป่วย พี่ทราบค่ะ น้องโฟนพี่ก็ได้ยินนะคะ ไม่ใช่ว่าไม่ได้ยิน ถามว่าพี่เข้าใจน้องมั้ย พี่เข้าใจ พี่ทำงานด้านนี้ การช่วยผู้ป่วยบนรถ พี่ก็เคยอยู่ในสถานการณ์นั้น พี่เข้าใจ แต่มุมกลับกัน ตอนนั้น น้องเข้าใจมั้ยว่าพี่เป็นคนใช้รถอยู่ ไม่ใช่ว่าตั้งใจจะไม่หลบให้น้อง ขอแค่เวลานิดเดียว ไม่ต้องกระชั้นชิดขนาดนั้น

คุณจะบอกว่ารถคุณเล็กกว่า กระจกมองข้างของคุณมองเห็นแค่รถเขาเหรอ? ตาล : มันเห็นแค่รถ เห็นไม่เต็มฝั่ง

พอรถจี้ก้น ไม่มีระยะห่าง แล้วคุณสามารถกระเถิบมาได้มั้ย เพื่อมองว่าว่างหรือเปล่าจะได้ตบออกมา? ตาล : ที่ไม่ได้กระเถิบออกมา หนึ่งพอรถวิ่งอยู่ แล้วไม่ได้กระเถิบ เพราะเราคิดว่าถ้ากระเถิบเราต้องชะลอความเร็วลง ในการเบี่ยงซ้ายทุกกรณี เราต้องชะลอความเร็วลงอยู่แล้ว แล้วรถมันจี้อยู่ ตาลก็กลัวว่าคันหลังถ้าตาลเบี่ยงปุ๊บ ในการที่น้องเบรก น้องหยุด น้องรีบ พี่เข้าใจค่ะ มันก็ทำให้เกิดอุบัติเหตุตรงนั้นได้ ตาลก็เลยหนึ่งรถด้านซ้ายจะชนพี่หรือเปล่า สองรถน้องเองจะชนพี่หรือเปล่าถ้าเบี่ยงไปเลยขนาดนั้น

เราเข้าใจเขาได้มั้ย? แบงค์ : เข้าใจครับ

คุณเป็นคนขับรถช้าอย่างที่คุณบอก? ตาล : ใช่ ตาลเป็นคนขับรถช้าอยู่แล้วค่ะ